banner111
Mr.Peter_Nadach

“โปรเจกท์จบของณเดชน์” สร้างหนังสั้น...

“โปรเจกท์จบของณเดชน์” สร้างหนังสั้น 3 เรื่อง ณ น่าน “น่าน” เป็นจังหวัดที่ต้องบอกว่ามีมนต์สะกดอะไรสักอย่างแน่ๆ ที่ทำให้ นักธุกิจใหญ่ของประเทศ อย...

punpun

ขอเชิญร่วม ปั่นใจเกินร้อย “คร...

  สอบถาม โทร 084-741 8862  , 083-2021036 หรือ ติดต่อ รับใบสมัคร ณ หน้าที่ว่าการอำเภอปัว...

10352941_911884232174188_6463337891200803068_n

หนาวจัด ประกาศปัวเป็นพื้นที่ประสบภั...

  น่าน ยังหนาวจัดประกาศพื้นที่ภัยพิบัติเพิ่มอีก 3 อำเภอ เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. นายกาจพล เอิบสุขสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน กล่าวถึงสถา...

1454776_787109614668057_1971388918499970095_n

บ่อเกลือต้อนรับคณะทูตานุทูต กว่า 20...

กระทรวงวัฒนธรรมนำคณะทูตานุทูตสัญจร ร่วมเยี่ยมชมแหล่งมรดกวัฒนธรรมจังหวัดน่าน เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์คุณค่าความสำคัญของแหล่งมรดกวัฒนธรรมในประเทศไทย ...

ข่าว

Mr.Peter_Nadach

“โปรเจกท์จบของณเดชน์” สร้างหนังสั้น 3 เรื่อง ณ น่าน

“โปรเจกท์จบของณเดชน์” สร้างหนังสั้น 3 เรื่อง ณ น่าน “น่าน” เป็นจังหวัดที่ต้องบอกว่ามีมนต์สะกดอะไรสักอย่างแน่ๆ ที่ทำให้ นักธุกิจใหญ่ขอ...

แอ่วเมืองปัว

994585_687467557934654_180746513_n

คำว่า ปัว หมายถึง อะไร ?

  หลายครั้งที่ไปต่างจังหวัด ก็มักจะมีคนถามว่าเป็นคนที่ไหน พอตอบว่าไปว่า เป็นคน "ปัว" ก็จะได้...

วาไรตี้เมืองปัว

Bk11

เสียงร้องไห้ “จากต่างแดน”

  บทความที่เป็นดั่งเสียงสะท้องจากบุคคลในพื้นที่ ที่เค้ารักและหวงแหนในถิ่นบ้านเกิด ผ่านทาง Facebook ส่วนตัว ได้บอกเรื่องราวบางอย่างที...

ลิ้นจี่กับสรรพคุณเพื่อสุขภาพ

_

ลิ้นจี่ ผลไม้ประจำฤดูกาลนี้อีกชนิดนึงที่เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ด้วยรสชาติที่หวานหอม อร่อย ชื่นใจ เหมาะกับอากาศร้อนๆในช่วงนี้เป็นยิ่งนัก

ลิ้นจี่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Litchi Chinensis Sonn. วงศ์ Sapindaceae ต้นกำเนิดของลิ้นจี่ คือ ประเทศจีน มีประมาณ 30-40 พันธุ์ กวีเอกสมัยราชวงศ์ถังชื่อ ป๋ายจีอี้ เคยเขียนไว้ว่า “ถ้าลิ้นจี่ถูกเด็ดจากต้น 1 วัน เปลือกจะเปลี่ยนสี 2 วัน กลิ่นหอมก็จะเปลี่ยน 3 วัน รสชาติก็เปลี่ยนไป และหลังจาก 4-5 วัน ทั้งสี กลิ่น และรสก็จะเปลี่ยนไปหมดสิ้น” นอกจากนี้ ลิ้นจี่ยังถูกกล่าวถึงในประวัติศาสตร์จีนในสมัยราชวงศ์ถัง โดยเป็นผลไม้โปรดของหยางกุ้ยเฟย พระสนมของจักรพรรดิถังเสวียนจงอีกด้วย

ในลิ้นจี่นั้นอุดมไปด้วยสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุมากมาย เช่น วิตามิน บี 1 ในลิ้นจี่ช่วยป้องกันโรคเหน็บชา วิตามินบี 2 ช่วยให้ ร่างกายเจริญเติบโตป้องกันไขมันอุดตันในหลอดเลือด แคลเซียมเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง อีกทั้งยังมีไนอะซีน ช่วยเปลี่ยนน้ำตาลและไขมันให้เป็นพลังงานช่วยระบบย่อยอาหารได้อีกด้วย

คุณค่าทางอาหารของลิ้นจี่

ลิ้นจี่เป็นผลไม้ที่มีรสหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอมหวานชวนกิน คนไทยกินผลสด และนิยมนำลิ้นจี่มาทำเป็นน้ำผลไม้ดื่มแก้กระหายน้ำ

คุณค่าทางโภชนาการต่อ 100 กรัม (3.5 ออนซ์)
พลังงาน 276 kJ (66 kcal)
คาร์โบไฮเดรต 16.5 g
ใยอาหาร 1.3 g
ไขมัน 0.4 g
โปรตีน 0.8 g
วิตามินซี (87%) 72 mg

lychee

สรรพคุณทั่วไป

เชื่อหรือไม่เห็นว่ารสชาติหวานๆแบบนี้ลิ้นจี่ถือเป็นผลไม้ที่เหมาะสมกับการรักษารูปร่าง ถ้าหากทานอย่างพอดี ลิ้นจี่ 1 ถ้วย (6 ผล ไม่แกะเมล็ดออก) ให้พลังงาน 125 แคลอรี มีไขมันน้อยกว่า 1 กรัม ลิ้นจี่มีวิตามินบี 2 โพแทสเซียม และมีวิตามินซีสูงมาก กินลิ้นจี่เพียงวันละ 3 ผลก็ได้วิตามินซีครบถ้วนตามความต้องการใน 1 วัน เนื่องจากวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ ช่วยบำรุงหลอดเลือด กระดูกและฟัน ในฤดูกาลที่มีขายให้ทานกันอย่างมากมาย สามารถใช้ลิ้นจี่แทนการทานวิตมินซีสังเคราะห์ได้

สรรพคุณทางยาของส่วนต่างๆ

  • เนื้อในผล กินเป็นยาบำรุง แก้อาการไอเรื้อรัง แก้กระหายน้ำ แก้อาการคัดจมูก รักษาอาการท้องเดิน ลดกรดในกระ-เพาะอาหาร และบรรเทาอาการไม่ปกติของระบบทางเดินอาหาร
  • นอกจากนี้ประเทศจีนใช้ชาเปลือกลิ้นจี่บรรเทาอาการหวัด แก้การติดเชื้อในลำคอ อาการท้องเสียอย่างอ่อน และโรคจากการติดเชื้อไวรัส แก้บิด แก้ผดผื่น
  • เมล็ดมีฤทธิ์แก้ปวดบวม โดยใช้บดเป็นผงชงน้ำดื่ม หรือใช้พอกบริเวณมีอาการ
  • รากลิ้นจี่หรือเปลือกต้นใช้แก้อาการติดเชื้อไวรัส อีสุกอีใส และเพิ่มความสามารถระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ลิ้นจี่มีปริมาณเส้นใยอาหารสูง มีปริมาณพลังงาน ต่ำ และเชื่อกันว่ามีคุณสมบัติช่วยเผาผลาญสารอาหารในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ

สรรพคุณกับการต้นโรคมะเร็ง

มีงานวิจัยในประเทศจีนพูดถึงการสกัดสารฟลาโวนอยด์ที่มีมากมายในเปลือกและเนื้อลิ้นจี่ ว่าสามารถช่วยยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งเต้านม และช่วยยับยั้งผลต่อเนื่องในการแทรกตัว การยึดเกาะพื้นผิวของเซลล์มะเร็งได้ ซึ่งปัจจุบันนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาผลิตเป็นอาหารเสริมให้กับผู้ป่วยมะเร็ง

ข้อควรระวัง

สำหรับผู้ที่ยีนบกพร่อง คือ มีอาการ เวียนหัว ตาลาย มีเสียงในหู ปวดเมื่อยเอว ร้อนอุ้งเท้า ปากคอแห้ง ลิ้นแดง มีฝ้าน้อย ไม่ควรควรหลีกเลี่ยงการทานลิ้นจี่ ถ้าหากทานลิ้นจี่มากจะทำให้เกิด “โรคลิ้นจี่” ซึ่งมีอาการหัวใจเต้นเร็ว แขนขาไม่มีแรง มึนหัว หน้ามืดตาลาย เป็นต้น ถ้ามีอาการดังกล่าว ให้เอาเปลือกลิ้นจี่ ต้มกิน อาการก็จะหายไป

 

ประโยชน์ของลิ้นจี่

  1. ผลรับประทานเป็นยาบุงร่างกาย
  2. ประโยชน์ของลิ้นจี่ นำมาทำเป็นน้ำผลไม้ดื่มช่วยแก้กระหาย ให้รสชาติหวานชื่นใจ
  3. ช่วยให้พลังซี่ขับเลื่อน (เมล็ด)
  4. มีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระอย่างสูง (สารสกัดจากเปลือก)
  5. ลิ้นจี่ต้านมะเร็ง ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม (สารสกัดเพอริคาร์พของลิ้นจี่)
  6. ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย (ราก,เปลือกลำต้น)
  7. ลิ้นจี่สรรพคุณ ช่วยแก้อาการไอเรื้อรัง
  8. เปลือกของผลใช้ทำเป็นชาชงดื่มแก้อาการหวัด (ชาจากเปลือก)
  9. ช่วยแก้อาการคัดจมูก
  10. สรรพคุณลิ้นจี่ ช่วยป้องกันการเกิดและช่วยรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
  11. ช่วยแก้การติดเชื้อในลำคอ (ชาจากเปลือก)
  12. ช่วยบำรุงระบบการย่อยอาหาร
  13. ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหาร
  14. ประโยชน์ลิ้นจี่ ช่วยบรรเทาอาการไม่ปกติของระบบทางเดินอาหาร
  15. ช่วยรักษาอาการท้องเดิน

    สรรพคุณของลิ้นจี่

  16. ช่วยแก้อาการท้องเสียชนิดไม่รุนแรง (ชาจากเปลือก)
  17. ประโยชน์ของผลไม้ลิ้นจี่ ช่วยปกป้องและรักษาตับ (สารสกัดของผลลิ้นจี่)
  18. มีส่วนช่วยลดขนาดเนื้องอก (งานวิจัยในประเทศจีน แต่ไม่ได้ระบุไว้แน่ชัดว่าใช้ส่วนใดของลิ้นจี่)
  19. ช่วยรักษาโรคจากการติดเชื้อไวรัส (ชาจากเปลือก)
  20. สรรพคุณของลิ้นจี่ ช่วยรักษาอาการปวดท้อง (เมล็ด)
  21. ช่วยรักษาอาการปวดไส้เลื่อน (เมล็ด)
  22. ช่วยรักษาอาการปวดบวมอัณฑะ (เมล็ด)
  23. ช่วยรักษาโรคไส้เลื่อน อัณฑะหย่อนยาน ด้วยการนำเมล็ดไปตากแห้งแล้วนำไปคั่วกับไฟอ่อนๆ จนสุกเกรียม แล้วนำมาบดเป็นผง นำเอาผงที่ได้มาประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะต้มกับน้ำ หรือตัก 1 ช้อนแล้วนำมาชงกับน้ำร้อน ดื่มวันละ 3-4 ครั้ง ติดต่อกันประมาณ 20 วัน (เมล็ด)
  24. ลิ้นจี่ประโยชน์ ช่วยป้องกันการเกิดโรคเหน็บชา (วิตามินบี1)
  25. รากลิ้นจี่หรือเปลือกของลำต้น ใช้แก้อาการติดเชื้อไวรัสและอีสุกอีใสได้ (ราก,เปลือกลำต้น)
  26. ช่วยลดอาการปวดต่างๆ (เมล็ด)
  27. ลิ้นจี่เป็นผลไม้เศรษฐกิจที่สำคัญของบ้านเรา โดยมีการนำไปแปรรูปเป็น ผลไม้กระป๋อง และอบแห้งเพื่อส่งออก


เรียบเรียงโดย lovefitt.com

credit:หมอชาวบ้าน, wikipedia, pharmacy.cmu.ac.th